huge (12)

Advertisements

โพสต์บอก!! “หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา” ราศี…เจอคนติด (หนี้) แต่ไม่แสดงอาการ

Advertisements

เห็นนางเงียบๆ เห็นนางเงียบๆ เห็นนางเงียบๆ  นางติดหนี้ระวังไว้นะ ข่าวโหรดวง วันนี้เราไปกันที่ https://www.facebook.com/Master.Chang ของ “หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา” ซี่งล่าสุดหมอช้างได้ออกมาโพสต์ทำนายดวงชะตา ในหัวข้อ ราศีที่คน…เจอคนติด (หนี้) แต่ไม่แสดงอาการ โดยราศีที่เข้ารอบมีดังต่อไปนี้

Advertisements
Advertisements

สอง ราศีนี้ มีน และ มังกร เป็นราศีที่ชอบช่วยเหลือคน ใจกว้าง ยิ่งเรื่องเงินๆ ทองๆ นี่ถ้ามีให้เขาหมด จนลืมคิดไปว่า บางคนก็ไม่น่าช่วยเหลือ ตอนนี้จะมาเอาเงินพูดดีทุกอย่าง พอจะขอคืนกับหายเงียบ ไม่แคร์ไม่สนใจเรา และเราก็เป็นพวกเจ็บแล้วไม่จำ ให้เขาทำแบบเดิมๆ เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ เพราะคุณจะเดือนร้อนเองเพราะความใจดี ใจกว้าง

Advertisements

 

 

แต่วันนี้ดวงD มีเทคนิคตามเงินคืนจากคนที่ไม่คืน…ไม่ให้เสียมิตรภาพมาฝาก 

1. อย่าทวงต่อหน้าคนอื่น
กฎเหล็กการทวงหนี้ก็คือ หน้ามีไว้รักษาอย่าทวงหนี้ต่อหน้าเพื่อน ๆ หรือคนอื่น ถ้าเขารู้สึกอายเมื่อไร นอกจากจะไม่ได้เงินคืน เราก็จะเสียเพื่อนแน่ ๆ เพราะเพื่อนจะรู้สึกว่าเราไม่ไว้หน้าเขาบ้างเลย บางทีเขาอาจจะแค่ลืมก็เป็นไปได้ แล้วข้อควรระวังในยุคที่ใคร ๆ ก็เล่นโซเซียลก็คือ การทวงหนี้ในโลกโซเซียลเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อย่าลืมว่ากฎหมายไทยจะคุ้มครองลูกหนี้มากกว่าเจ้าหนี้ นอกจากเราจะไม่ได้เงินคืนอาจจะต้องเสียค่าปรับกันอีก ดังนั้นการทวงเงินต่อหน้าโลกโซเซียลโอกาสได้คืนน้อยและเสียเพื่อนแน่ ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
2. ให้เวลาเพื่อนในการหาเงินมาคืน
เวลาที่เราทวงเงินแน่นอนว่าเราก็ร้อนใจอยากได้เงินคืนอยู่แล้ว ส่วนตัวก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากจะชิ่งหนี้เราจริง ๆ แต่บางทีเพื่อนเราอาจจะเดือนร้อนอยู่ก็เป็นไปได้เหมือนกัน การที่เร่งมากเกินไปจนเพื่อนรู้สึกเครียด ไม่น่าจะเป็นผลดีใด ๆ สักเท่าไร เพราะถ้าไม่ถึงที่สุดลูกหนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยากจะเบี้ยวหรือตัดความสัมพันธ์กับเพื่อน
ดังนั้นการให้เวลาเพื่อนหาเงินมาคืนก็เป็นอีกวิธีที่ดีเหมือนกัน อาจจะให้ผ่อนคืน 3 เดือนตามที่สะดวกก็ได้ หรือลองหาวิธีการคืนเงินที่ตกลงกันอย่างชัดเจน ได้เงินคืนช้าหน่อยแต่ได้เงินคืนก็ยังดีกว่าไปกดดันเพื่อนจนเพื่อนหนีหายไป การประนีประนอมซึ่งกันและกันก็เป็นสิ่งที่ควรทำ
3. ดราม่านิด ๆ เราก็เดือดร้อนเหมือนกัน
ลองนึกถึงเวลาที่เพื่อนเดือดร้อนมาขอยืมเงินเรา แน่นอนว่าเพื่อนคงไม่มาถึงแล้วบอกว่ายืมเงิน 5,000 บาท แล้วเราก็ยื่นให้ง่าย ๆ แต่เพื่อนก็คงมาพร้อมเรื่องเล่าที่น่าเห็นใจเสมอ ถ้าคนที่ยืมเงินไปเป็นเพื่อนเรา แน่นอนความรู้สึกเห็นใจก็จะเข้าใจได้ไม่ยากเช่นกัน
4. แบ่งจ่ายก็ได้นะ
นอกจากจะทวงถามหรือสร้างความดราม่าว่าเราก็มีเรื่องต้องใช้เงินเหมือนกันแล้ว ถ้าเพื่อนมีท่าทีเกรงใจและรู้สึกผิดจริง ๆ ก็ลองโยนหินถามทางว่า จะลองแบ่งจ่ายดูไหมล่ะ ? จะได้ทยอยปิดหนี้ และประณีประนอมกันได้ เพราะถ้าหากหนี้นั้นก้อนใหญ่มาก การจะหามาคืนทีเดียว เพื่อนเราอาจจะต้องไปกู้ยืม หรือรู้สึกไม่สะดวกใจ ก็ลองให้แบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ เหมือนผ่อน 0% 6 เดือนก็ได้
5. รับคืนหนี้ในรูปแบบอื่นได้หรือไม่ ?
ถ้าคาดว่า เพื่อนดูมีท่าทีไม่อยากคืนเงินเป็นก้อนใหญ่ หรือไม่มีวี่แววแคะเงินออกจากกระเป๋ามาได้ ก็ลองพิจารณาดูว่า คุณสามารถรับการใช้หนี้คืนด้วยรูปแบบอื่นได้หรือเปล่า เช่น การคืนด้วยสิ่งของ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มีมูลค่าเทียบเท่าเงินที่ยืมเราไป ซึ่งก็ต้องถามเพื่อนด้วยว่า พร้อมที่จะใช้หนี้ด้วยรูปแบบนี้หรือเปล่า ถ้าตกลงกันได้ก็อย่าลืมที่จะตกลงกันให้เป็นทางการ หรือจะทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้
                          การทวงเงินเพื่อนควรจะหนักแน่นในการทวงเสมอ เพราะอย่าลืมว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่ควรเกรงใจจริง ๆ แล้วควรเป็นเพื่อนเรามากกว่า ถ้าเราไม่กล้าทวงและไม่หนักแน่น เพื่อนก็จะคิดว่าเราไม่ซีเรียสก็จะผ่อนผันไปก่อนเรื่อย ๆ อีก
                         ที่สำคัญหลังจากได้เงินคืนมาแล้วก็ไม่ควรให้เพื่อนยืมเงินอีก เพราะเรื่องเงินถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร อย่าให้มิตรภาพดี ๆ ต้องเสียไปเพราะคำว่าเงินเลย เวลาเพื่อนมายืมก็ปฏิเสธไปง่าย ๆ ว่าช่วงนี้เราก็ไม่มีเหมือนกัน มีคำกล่าวไว้ว่า “การให้เพื่อนยืมเงินก็เหมือนกับเราเสียเพื่อนไปแล้ว” นั่นเอง แต่ถ้าไม่อยากบอก “ไม่” ตรง ๆ ลองฝึกศิลปะการตอบปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิง ติดตัวไว้บ้างจะเป็นประโยชน์มากเลยทีเดียว
Advertisements

Advertisements


สนใจดูดวงส่วนตัวทักเลย!!